หมวดหมู่: ข่าวเศรษฐกิจ

ไข้โควิด 19 ทำให้อัตราการฆ่าตัวตายลดลงจริงหรือไม่?

สิ่งต่างๆ บนโลกใบนี้ล้วนมีความไม่แน่นอน วันนี้รวย พรุ่งนี้อาจจะจน และวันนี้จน พรุ่งนี้รวย ก็มีให้เห็นกันเยอะไป แต่สิ่งหนึ่งบนโลกใบนี้ที่หลายๆคน ไม่สามารถยอมรับมันได้นั่นคือ ความเปลี่ยนแปลงกะทันหัน และยิ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่แย่ลง ยิ่งทำให้มนุษย์หลายๆ คนยิ่งรับไม่ได้ บางคนอาจหาทางออกและจบลงด้วยการฆ่าตัวตาย ซึ่งมีเคสแบบนี้หลายๆครั้ง

เกือบทุกประเทศ โดยเฉพาะประเทศญี่ปุ่น ที่มีอัตราการเสียชีวิตด้วยการฆ่าตัวตายสูงเป็นอันดับต้นๆ ในโลก แต่ตั้งแต่มีปัญหาการแพร่ระบาดไข้โควิด 19 นั้น อัตราการฆ่าตัวตายของคนญี่ปุ่นกลับลดต่ำลงมาที่สุดในรอบ 5 ปี ซึ่งถืวว่าเป็นเรื่องน่าแปลกและสวนกระแสสังคม เพราะหากดูจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นบนโลกใบนี้แล้วนั้น

ความเครียดน่าจะมีเพิ่มขึ้นมากกว่าทวีคูณ แต่ก่อนอื่นเราต้องทำความเข้าใจก่อนว่าจากสถิติการฆ่าตัวตายของคนญี่ปุ่นนั้นส่วนใหญ่เกิดจากความเครียดของการทำงาน การเรียน หรือแม้แต่การถูกกลั่นแกล้งและรวมไปถึงการแข่งขันต่างๆ ซึ่งล้วนแต่เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดการฆ่าตัวตายมากที่สุด แต่พอเกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดขึ้น

มาทำให้ต้องมีการปิดประเทศและเกิดการมาตรการปิดโรงเรียน และทำงานจากที่บ้าน จึงอาจทำให้เกิดการพบปะกันระหว่างเพื่อนร่วมงาน และเพื่อนร่วมเรียนน้อยลง จึงอาจจะทำให้บรรยากาศความเครียดนั้นน้อยลงไป แต่ก็ไม่รู้ว่าหากสถานการณ์กลับมาปรกติแล้วนั้น อัตราการฆ่าตัวตายจะกลับไปสูงเพิ่มขึ้นเหมือนเดิมหรือเปล่า เพราะอันที่จริงแล้ว

จากภาวะเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นจากผลกระทบของไข้ไวรัสโควิด19 นี้ ไม่ได้หมายความว่า คนญี่ปุ่นไม่ได้มีการฆ่าตัวตายเลย เพียงแต่ว่าอาจจะน้อยลง แต่ก็ถือเป็นเรื่องน่าเศร้าที่เกิดเรื่องขึ้นมานั้น ถือว่าเป็นเคสอุทาหรณ์ที่ไม่ควรจะเกิดขึ้นกับใครจริงๆ และเป็นข่าวดังไปทั่วญี่ปุ่น ด้วยเจ้าของร้านหมูทอดทงคัตสึแห่งหนึ่ง

ซึ่งเป็นร้านชื่อดังในโตเกียวและเปิดขายมาอย่างยาวนานกว่า 50 ปี แม้ร้านจะมีปัญหาเรื่องการเงินอยู่บ้าง แต่ก็ยังประคับประคองมาได้ และปีนี่ทั้งครอบครัวก็คิดว่าน่าจะเป็นปีที่ดีของพวกเค้า เพราะด้วยความที่เจ้าของร้านวัย 54 ปี ชอบวิ่งมาราธอนเป็นชีวิตจิตใจ พอรู้ว่าญี่ปุ่นมีการเปิดรับสมัครวิ่งคบเพลิงกีฬาโอลิมปิก เค้าไปลงสมัครและได้รับเลือกเป็นตัวแทน

ซึ่งเค้าคิดว่าจะช่วยให้เค้าได้โปรโมตร้านทงคัตสึของเขา และมั่นใจว่าจะขายดีอีกครั้งแน่นอน แต่ภัยโควิด ก็ทำให้โอลิมปิก ต้องถูกยกเลิกไป สุดท้ายสิ่งที่เค้าคาดหวังก็พังทลายลง และจบชีวิตตัวเองด้วยการฆ่าตัวตาย คำถามที่ว่าโควิดจะทำให้อัตราการตายในญี่ปุ่นลดลงจริงหรือ อาจจะไม่แน่ต่อไปซะแล้ว

 

สนับสนุนโดย  เว็บพนัน แจกเครดิตฟรี ไม่ต้องฝาก

มนตรีกระทรวงดิจิตอลอยากทำ thaiflixออกมาสู้ netflix 

     กำลังเป็นแนวคิดของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิตอลแห่งประเทศไทยเมื่อมีความคิดว่าปัจจุบันนี้เกี่ยวกับเรื่องของแพลตฟอร์มในโลกออนไลน์ที่ประชาชนคนไทยกำลังใช้งาน Social Media อยู่ในขณะนี้นั้นส่วนใหญ่แล้วจะเป็นแบบฟอร์มที่ทำมาจากต่างประเทศโดยเฉพาะไม่ว่าจะเป็นการดูหนังออนไลน์หรือแม้แต่การใช้พวก Social Media เช่นลาย   Line  Facebook Instagram

หรือแม้แต่ Twitter สิ่งต่างๆเหล่านี้ล้วนเป็นแพลตฟอร์มที่ทางต่างประเทศนั้นมีการสร้างขึ้นมาแล้วเราคนไทยก็ไปใช้บริการซึ่งทางด้านรัฐมนตรีกระทรวงดิจิตอลเล็งเห็นแล้วว่าอยากจะให้ประเทศไทยนั้นมีแพลตฟอร์มขึ้นมาเป็นของตัวเองอย่างเช่นตอนนี้มีความคิดที่จะมีการสร้างคู่แข่งของ netflix

ขึ้นมาซึ่งทางด้านกระทรวงดิจิตอลเองอยากจะให้มีการทำเป็น thaiflix  จะออกมาเป็นคู่แข่งกับ netflix ซึ่งปัจจุบันนี้รายได้จากการโฆษณานั้นทางต่างประเทศจะเป็นคนได้รับส่วนแบ่งค่อนข้างเยอะเนื่องจากว่าคนไทยนั้นนิยมใช้ Social Media กันเป็นจำนวนมากดังนั้นจึงเล็งเห็นแล้วว่าหากเรามีการทําแอพพลิเคชั่นเป็นของประเทศไทยเองและประชาชนคนไทยก็สนใจในการใช้งานแอปพลิเคชันของไทยดังนั้นยอดส่วนแบ่งทางการตลาด

หรือค่าโฆษณาที่จะได้รับนั้นคนไทยก็จะได้รับมาเต็มๆซึ่งจะเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศไทยให้ดีขึ้นนั่นเองสำหรับความคิดเรื่องของ Application  thaiflix  นั้นมีแนวความคิดว่าจะทำเลียนแบบลักษณะการทำงานของ netflix นั่นก็คือสามารถที่จะให้ประเทศอื่นๆเข้ามาชมแอปพลิเคชันนี้ได้ซึ่งเราก็จะได้โฆษณาจากต่างประเทศ

ที่มีการซื้อลิขสิทธิ์ของแอปพลิเคชันนี้ไปซึ่งนี่จะเป็นการสร้างรายได้ให้กับประเทศไทยเหมือนกับที่ต่างประเทศนั้นมาได้รายได้จากประเทศไทยในการโฆษณาโดยทางรัฐมนตรีกระทรวงดิจิตอลมองว่า Application ส่วนใหญ่นั้นผลิตมาจากประเทศจีนหรือแม้แต่ผลิตมาจากประเทศอื่นๆพวกเขามักจะได้รับกำไรมหาศาลจากการที่คนไทยเข้าไป

ใช้บริการแอพพลิเคชั่นนั้นซึ่งใน Application เองก็มีเป็นภาพยนตร์ของคนไทยรวมอยู่ด้วยดังนั้นแทนที่ Content นั้นที่เป็นของคนไทยจะมาสร้างกำไรให้กับคนไทยเองแต่ถูกไปสร้างกำไรให้กับต่างประเทศเช่นประเทศจีนทำให้มองว่านี่คือการเสียเปรียบในเรื่องของการใช้งานแอปพลิเคชันดังนั้นการสร้าง Application thaiflix ขึ้นมานั้นจะเป็นการสร้างกำไรให้กับประเทศไทยรวมถึงเรายังสามารถนำออกไปขายให้กับต่างประเทศได้อีกด้วย 

                          สำหรับแนวความคิดนี้ค่อนข้างที่จะเป็นแนวความคิดที่มีประโยชน์แต่ก็ต้องมาดูว่าจะมีคนที่มีความสามารถที่จะสามารถสร้างแอพพลิเคชั่นแล้วเป็นที่ถูกใจผู้เล่นที่เป็นคนไทยหรือไม่เพราะหลายๆครั้งที่มีแอพพลิเคชั่นของคนไทยออกมาส่วนใหญ่แล้วชอบเน้นแนวความเป็นไทยมากเกินไปจนคนไทยนั้นไม่ค่อยนิยมที่จะใช้งาน Application มากนักและที่สำคัญเวลา Application มีปัญหาก็ติดต่อหรือแก้ไขปัญหาได้ยากดังนั้นคนไทยจึงไม่ค่อยนิยมที่จะใช้งาน Application ของคนไทยด้วยกันสักเท่าไหร่นั่นเอง

 

สนับสนุนโดย  เว็บพนัน บาคาร่า

บิ๊กซีมีรายได้จากการที่ประชาชนได้รับเงินเยียวยาเกษตรกรมาซื้อของ

        ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหารการจัดการของบริษัทบิ๊กซีได้ออกมาเผยถึงยอดรายได้ของทางบิ๊กซีที่กำลังมีรายได้เข้ามามากในขณะนี้ว่ามีจำนวนผู้คนที่เข้าไปซื้อของบิ๊กซีกันเป็นจำนวนมากซึ่งคาดว่าเงินที่นำมาซื้อของจากทางห้างบิ๊กซีนั้นน่าจะเป็นเงินเยียวยาเกษตรกรรวมถึงเงินช่วยเหลือชาวเกษตรกรที่ทางรัฐบาลได้มีการออกให้กับประชาชนเนื่องจากว่าหลังจากที่มีเงินช่วยเหลือเกษตรกรออกมานั้นทางบิ๊กซีได้รับยอดการสั่งซื้อจากลูกค้ามากขึ้นไม่ว่าจะเป็นซื้อสินค้าข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ

รวมถึงพวกคอมพิวเตอร์แล้วก็โน๊ตบุ๊คและพัดลมซึ่งสินค้าที่ขายได้นั้นจะเป็นสาขาที่เกิดขึ้นที่ต่างจังหวัดซะส่วนใหญ่จึงบอกได้ว่าคนต่างจังหวัดได้รับเงินเยียวยาเกษตรกรแล้วนำเงินเยียวยา 5 พันบาทที่ได้รับนั้นมาซื้อของใช้ที่ห้างบิ๊กซีนั่นเองเรื่องนี้ถือว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดีเป็นอย่างยิ่งที่สภาวะทางการเงินของทางบิ๊กซีนั้นก็กลับมาดีขึ้นบิ๊กซี

มีรายรับเข้ามามากขึ้นส่งผลให้พนักงานของบิ๊กซีก็ไม่จำเป็นต้องตกงานในขณะที่เกษตรกรเองที่ได้รับเงินซื้อมาพวกเขาก็นำมาซื้อของในห้างบิ๊กซีและนำไปใช้จ่ายในครัวเรือนของพวกเขาเองก่อนหน้านี้ทางห้างบิ๊กซีนั้นได้รับผลกระทบอย่างหนักในช่วงของการระบาดของไวรัสโคโรนาเพราะเกษตรกรส่วนใหญ่ตามบ้านต่างจังหวัดนั้นไม่มีเงินที่จะมาซื้อข้าวของเครื่องใช้ในห้างบิ๊กซีเลยทำให้ยอดการขายสินค้าในห้าง Big C ลดลงเป็นอย่างมากเลขเด็ดว่าทุกแผนกของห้างบิ๊กซีนั้น

แทบจะขายสินค้าออกไม่ได้เลยทีเดียวสำหรับลูกค้าในต่างจังหวัดแต่หลังจากที่ต่างจังหวัดได้รับเงินเยียวยาเกษตรกรออกมาเมื่อคืนนี้ออกมาแล้วมีหลายคนที่นำเงินดังกล่าวมาซื้อสินค้าภายในห้างบิ๊กซีสินค้าส่วนที่สามารถขายได้นั้นจะเป็นสินค้าเฟือยเช่นพัดลม    ปรับอากาศ  คอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊คและโทรศัพท์มือถือซึ่งหลายคนมองว่าสินค้าฟุ่มเฟือยที่ประชาชนเข้ามาซื้อนั้นส่วนหนึ่งอาจจะมาจากที่อากาศร้อนทำให้จำเป็นต้องซื้อแอร์กับพัดลมแต่ในเรื่องของ Notebook

และมือถือนั้นอาจจะเกิดมาจากการที่ประชาชนนั้นจะต้องซื้ออุปกรณ์เหล่านี้ไปให้บุตรหลานของตนเองนั้นได้เอาไว้ใช้เรียนออนไลน์ที่ทางรัฐบาลได้มีการเปิดออกมาเมื่อวันที่ 16 พฤษภาคมนั่นเองอย่างไรก็ดีหลังจากที่ประชาชนได้มีเงินเขามาจับจ่ายใช้สอยกันมากขึ้นส่งผลให้ยอดขายของบิ๊กซีนั้นมีการเจริญเติบโตมากขึ้นในช่วงเดือนเมษายนจนถึงพฤษภาคมนี้

ยอดการสั่งซื้อของบิ๊กซีเนินสูงขึ้นถึง 40 เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียวดังนั้นทางบิ๊กซีเองก็จะต้องมีการปรับโปรโมชั่นเพื่อเรียกลูกค้าให้เข้ามาซื้อสินค้าให้มากยิ่งขึ้นกว่าเดิมโดยจะมีการลดกระหน่ำซัมเมอร์เซลอีกครั้งหนึ่งเพื่อต้อนรับลูกค้าที่จะเพิ่มในช่วงเดือนกรกฎาคมนี้ซึ่งสินค้าส่วนใหญ่ก็น่าจะไปรถเกี่ยวกับเรื่องของเครื่องเรียนนักเรียนนักศึกษานั้นเอง

 

สนับสนุนโดย  เว็บพนัน แจกเครดิตฟรี ไม่ต้องฝาก

จับตาประเทศเวียดนาม โอกาสใหม่ของนักลงทุน

หลังจากภาวะวิกฤติเศรษฐกิจ ที่มีผลกระทบมากจากไข้ไวรัสโควิด19 ระบาดนั้น ส่งผลให้อุตสาหกรรมใหญ่ๆหลายๆประเทศนั้นมีอาการเซไปตามๆ กัน

โดยเฉพาะประเทศจีน ที่เป็นต้นกำเนิดเชื้อไวรัสโควิด ที่เริ่มต้นมาจากเมืองอู่ฮั่น ทำให้แหล่งการผลิตชิ้นส่วนหลายชนิดๆที่เดิมที่มีโรงงานมากมากอยู่ที่ประเทศจีนนั้น ต้องปิดตัวกันลงไป จึงทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของนักลงทุน

และผู้ประกอบการที่อาจจะเริ่มมองแหล่งฐานทัพในการก่อสร้างหรือผลิตชิ้นส่วนประเทศใหม่เพิ่มขึ้น โดยที่ไม่ไปฝากความหวังไว้ที่ประเทศจีนประเทศเดียว เพราะจากประสบการณ์ล่าสุดทำเอาผู้ประกอบการหลายๆแห่งทั่วโลก

ถึงกับต้องหยุดชะงักในการขายสินค้ากันเลยทีเดียว ซึ่งล่าสุดเป้าหมายใหม่ของนักลงทุนทั้งหลายนั้นกลายเป็นประเทศเวียดนาม เพราะจากเดิมนั้นประเทศเวียดนามก็ถือเป็นประเทศที่ได้รับการจับตามองในจุดที่เป็นประเทศที่จะกลายเป็นฐานกำลังผลิตในประเทศต่อไปสำหรับอุตสาหกรรมต่างๆ และยิ่งล่าสุดนั้นได้รับคำชมจากองค์การอนามัยโลกด้วยว่าเป็นประเทศ

ที่มีมาตรการการแก้ไขและป้องกันการแพร่ระบาดของไข้ไว้รัสโควิด19 ได้อย่างดีเยี่ยม ซึ่งตอนนี้ก็มีข่าวแว่วมาจากบริษัท Apple ยักษ์ใหญ่จากอเมริกาว่า มีความสนใจที่จะมาเปิดโรงงานในประเทศเวียดนาม รวมไปถึงค่าย Samsung เบอร์หนึ่งของเกาหลีใต้ ก็เป็นอีกบริษัทที่ให้ความสนใจที่จะย้ายสายการผลิตมาเพิ่มเติมที่ประเทศเวียดนามเหมือนกัน

แต่ที่แน่ๆว่า คงไม่ใช่งานง่ายของประเทศเวียดนามแน่นอน เพราะหลังจากที่หลายๆ ประเทศรู้ข่าวว่า อุตสาหกรรมส่วนใหญ่กำลังจะถอนกำลังจากประเทศจีนนั้น ประเทศอื่นๆ เช่น ประเทศอินเดีย หรือมาเลเซีย รวมไปถึงประเทศไทยนั้น ก็พยายามจะขายข้อดีเสนอและเชื้อเชิญนักลงทุนอย่างเต็มที่ว่าให้มาลงทุนที่ประเทศตัวเอง

ซึ่งมีความเป็นไปได้สูงว่า หากอุตสาหกรรมใหญ่ๆ นั้นถอนกำลังจากประเทศจีน อาจจะทำให้ประเทศจีน ที่เคยเป็นมหาอำนาจในการผลิต มีรายได้เข้าประเทศน้อยลงอย่างมาก จากผลกระทบของไข้ไวรัสโควิด19 ครั้งนี้ ที่นอกจากจะมีผลกระทบทางตรงตั้งแต่ตอนเริ่มระบาดแล้ว กำลังจะโดนผลกระทบทางอ้อม จากนักลงทุนต่างชาติที่กำลังพาเหรดนำเงินออกจากประเทศอีก

แต่กลับกลายเป็นอานิสงค์ของหลายๆ ประเทศที่จะมีโอกาสลืมตาอ้าปากกับเค้าบ้างโดยเฉพาะประเทศเวียดนาม ที่กำลังจะกลายเป็นม้ามืดช่วงชิงนักลงทุนให้มาลงทุนที่ประเทศและโกยเงินดอลล่าร์สร้างรายได้ให้กับประเทศอีกมากมาย ซึ่งจากที่เมื่อก่อนไม่มีใครรู้จักเวียดนาม แต่อีกห้าปีข้างหน้า เชื่อเหลือเกินว่า ประเทศเวียดนามจะกลายเป็นน้องๆจีน อย่างในปัจจุบันก็ได้ เพราะด้วยศักยภาพของพวกเค้าแล้วนั้น ถือว่าน่าจับตามองเลยทีเดียว

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  เว็บพนันออนไลน์

แป้งเด็กจอห์นสันที่ขายในไทยไม่มีสารปนเปื้อนแต่อย่างใด

องค์การอาหารและยาออกมายืนยันแป้งเด็กจอห์นสันที่ขายในไทยไม่มีสารปนเปื้อนแต่อย่างใด

                องค์การอาหารและยาได้ออกมาเปิดเผยเกี่ยวกับเรื่องของแป้งเด็กจอห์นสันซึ่งเป็นแปลงที่ขายในประเทศไทยสำหรับเอาไว้ใช้โดยตัวในตัวเด็กเล็กนั้นทางอยยืนยันว่าไม่มีการพบสารปนเปื้อนแร่ใยหินอย่างเด็ดขาดสำหรับแป้งจอห์นสันที่ขายในประเทศไทยเนื่องจากก่อนหน้านี้ทางบริษัทจอห์นสันได้มีการออกมาประกาศเกี่ยวกับเรื่องของการเลิกขายแป้งจอห์นสันในประเทศสหรัฐอเมริกาและแคนาดา

ทำให้หลายคนเกิดความวิตกกังวลว่าตั้งเตือนสารที่มีการผลิตขายกันในประเทศไทยนั้นจะไม่ได้มาตรฐานและอาจจะก่อให้เกิดอันตรายร้ายแรงอย่างที่เกิดที่อเมริกาและแคนาดาหรือไม่ซึ่งทั้งนี้องค์กาอาหารและยาได้ออกมายืนยันว่าได้มีการตรวจสอบและเฝ้าระวังเป็นอย่างดียืนยันว่าที่ผลิตในประเทศไทยนั้นไม่มีปัญหาอย่างแน่นอนเมื่อวันที่ 23 เดือนพฤษภาคมปีพศ. 2563

เราทุกคนได้รับข้อมูลผ่านทางสื่อเกี่ยวกับเรื่องของการประกาศยกเลิกการขายแป้งจอห์นสันที่ประเทศอเมริกาและแคนาดาโดยให้เหตุผลในการยกเลิกการขายแป้งจอห์นสันในครั้งนี้ว่าพวกเขาไม่สามารถที่จะขายสินค้าที่ประเทศนี้ได้เนื่องจากว่าถูกกลุ่มแม่บ้านร้องเรียนเป็นจำนวนมากเกี่ยวกับแป้งที่มีสารก่อมะเร็งโดยทางบริษัทจอห์นสันได้มีการยืนยันว่าแป้งของเขานั้น

ไม่ได้ทำให้เกิดสารก่อมะเร็งแต่อย่างใดแต่ยังไงก็แล้วแต่เขาถูกฟ้องร้องหลายหมื่นคดีมากและส่วนใหญ่แล้วบริษัทจอห์นสันก็แพ้คดีจึงทำให้ทางบริษัทได้มีมติร่วมกันว่าจะมีการยกเลิกการขายบ้านจัดสรรในประเทศอเมริกาและแคนาดาในขณะเดียวกันก็มีรายงานข่าวนี้ออกมาทำให้ยอดการขายของแป้งจอห์นสันในประเทศไทยลดจำนวนลงอย่างเห็นได้ชัด

เนื่องจากคนไทยเองก็เกรงว่าแป้งจอห์นสันที่มีขายในเมืองไทยนั้นจะทำให้เกิดสารก่อมะเร็งเช่นเดียวกันดังนั้นทางองค์กรอาหารและยาจึงได้ออกมายืนยันว่าได้มีการคุมเข้มเรื่องของการผลิตแป้งของบริษัท Johnson & Johnson เพราะฉะนั้นให้ประชาชนวางใจได้เลยว่าจะไม่มีสารปนเปื้อนอย่างและใยหินอย่างแน่นอนดังนั้นคนไทยจะไม่มีทางที่จะป่วยเป็นโรคมะเร็งจากการใช้แป้ง Johnson & Johnson แน่ๆ

โดยผู้ผลิตในประเทศไทยนั้นได้มีการทำความสะอาดเป็นอย่างดีและทางอยเองก็ได้มีการวิเคราะห์ตัวแป้งทุบรายการยืนยันได้ว่าไม่มีการปนเปื้อนอย่างแน่นอนหลังจากที่มีข่าวออกมาทางอยเองก็ได้เป็นกังวลใจเป็นอย่างมากจึงได้มีการไปส่งตรวจว่าในแป้งแต่ละกลุ่มนั้นจะมีได้ใยหินปนเปื้อนอยู่หรือไม่ซึ่งหลังจากที่มีการสุ่มตรวจสอบโครงการตรวจสอบเรียบร้อยแล้วก็ไม่พบปัญหาดังกล่าว

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย  bk8 mobile

หลังจากที่บริษัทการบินไทยถูกยื่นล้มละลาย

สองโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังปฏิเสธไม่ยอมรับการส่งตัวหากพนักงานการบินไทยเข้ามารักษาหลังจากที่บริษัทการบินไทยถูกยื่นล้มละลาย

    มีข้อมูลระบุออกมาเมื่อวันที่ 22 เดือนพฤษภาคมปีพศ. 2563 คือข้อความนี้ระบุว่ามีการออกมาจากทางบริษัทการบินไทยส่งตรงถึงพนักงานของการบินไทยทุกคนเกี่ยวกับเรื่องของการรักษาพยาบาลตามโรงพยาบาลที่เคยมีการContract กับโรงพยาบาลเอกชนและรัฐบาลไว้ประมาณ 10 กว่าโรงพยาบาลซึ่งโดยปกติแล้วหากพนักงานของทางการบินไทยไม่สบายก็สามารถที่จะส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลที่ทางการบินไทยมีการคอนแทคเอาไว้โดยที่พนักงานนั้น

สามารถเข้ารักษาตัวแล้วมาเบิกค่าใช้จ่ายภายหลังได้แต่ในขณะนี้หลังจากที่บริษัทการบินไทยถูกทางรัฐบาลประกาศให้ยื่นฟ้องล้มละลายเพื่อทำการรีเซ็ตระบบการทำงานของการบินไทยใหม่นั้นทำให้มีโรงพยาบาลชื่อดังซึ่งเป็นโรงพยาบาลเอกชนจำนวน 2 โรงพยาบาลได้ออกมาขอยุติการเป็นคอนแทคกับทางบริษัทการบินไทยซึ่งโรงพยาบาลทั้ง 2 โรงพยาบาลนั้น

ได้แก่โรงพยาบาลวิภาวดีและโรงพยาบาลกรุงเทพหลังจากที่ก่อนหน้านี้ทั้ง 2 โรงพยาบาลนั้นเคยเป็นคอนแทคกับบริษัทการบินไทยมาเป็นอย่างดีในขณะเดียวกันทางบริษัทการบินไทยก็ได้บอกกับพนักงานของตนเองเกี่ยวกับเรื่องของการยุติการเป็นคอนแทคในครั้งนี้ว่าพนักงานการบินไทยยังสามารถไปรักษาตัวที่ทั้ง 2 โรงพยาบาลได้ตามปกติเพียง

แต่ว่าจะต้องมีการนำเงินสำรองจ่ายด้วยตนเองและทางบริษัทไม่สามารถยืนยันได้ว่าเมื่อคุณไปจ่ายเงินกับทางโรงพยาบาลทั้ง 2 โรงพยาบาลนี้แล้วจะสามารถนำใบเสร็จมาเบิกจ่ายกับบริษัทได้หรือไม่แต่อย่างไรก็ดีของการบินไทยก็ยังสามารถไปรักษาพยาบาลโรงพยาบาลอื่นๆอีกประมาณ 10 โรงพยาบาลที่ยังคงมีการคอนแทคกับบริษัทการบินไทยอยู่ซึ่งอาจจะต้องมีการอัพเดทการเพิ่มเติมว่าจะมีโรงพยาบาลอื่นอีกหรือไม่ที่มีการยกเลิกสัญญาการส่งตัวพนักงานไปรักษาในครั้งนี้

สำหรับเรื่องราวในครั้งนี้คาดว่าผลกระทบที่เกิดกับพนักงานการบินไทยหลายร้อยคนเลยทีเดียวเนื่องจากว่าโรงพยาบาลทั้ง 2 โรงพยาบาลนั้นอยู่ใกล้กับพนักงานการบินไทยที่สนามบินดอนเมืองซึ่งส่วนใหญ่แล้วพวกเขามักจะมารักษาอาการป่วยที่ 2 โรงพยาบาลนี้เนื่องจากว่าใกล้กับที่ทำงานดังนั้นในครั้งต่อไป

ถ้าเกิดว่ามีอาการป่วยอีกพวกเขาหาหมอที่โรงพยาบาลทั้ง 2 โรงพยาบาลนี้จะต้องมีการสำรองจ่ายเองไปก่อนซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่สะดวกอย่างมากสำหรับพนักงานการบินไทยแต่ถ้าเกิดว่าไม่สะดวกที่จะสำรองจ่ายเขาก็จะต้องไปโรงพยาบาลอื่นซึ่งอาจจะไกลจากที่ทำงานเป็นอย่างมากหลังจากที่มีการส่งข้อความจากทางบริษัทนี้

ส่งถึงพนักงานการบินไทยส่วนใหญ่ต่างก็ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ถึงการกระทำของทั้ง 2 โรงพยาบาลนี้เป็นอย่างมากโดยมีการมองว่าหลังจากที่ทางการบินไทยนั้นเริ่มตกลงก็เริ่มทำให้เห็นว่าผู้คนเริ่มพยายามถอยห่างแม้แต่เรื่องของการรักษาพยาบาลทางโรงพยาบาลก็ยังไม่ยอมช่วยเหลือ

 

สนับสนุนโดย  bk8 ฟรี เครดิต

สถานการณ์เศรษฐกิจของไทยกำลังแย่

สถานการณ์เศรษฐกิจของไทยกำลังแย่ คนตกงานมากกว่าห้าแสนคนแล้ว 

       จากการสำรวจคนว่างงานในช่วงปี พ.ศ. 2563 โดยมีการสำรวจตั้งแต่วันที่ 1 มกราคมจนถึงวันที่ 30 เมษายนปี พ.ศ. 2563 มีจำนวนผู้ที่ไปทำการลงทะเบียนเข้าว่างงานที่เว็บไซต์ของประกันสังคมมากถึงห้าแสนเจ็ดหมื่นคนโดยมีการสำรวจข้อมูลพบว่าเฉพาะเดือนเมษายนเดือนเดียวเท่านั้นมียอดการลงทะเบียนว่างงานสูงถึงสองแสนหกหมื่น

คนโดยส่วนใหญ่ที่มาลงทะเบียนเป็นเพราะเศรษฐกิจไม่ดีทำให้บริษัทต้องปิดกิจการลงอันเนื่องมาจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่า  สรุปผลการสำรวจจำนวนประชากรที่ว่างงานในประเทศไทยในปัจจุบันนี้มีการในงานออกมาเมื่อวันที่ 10 เดือนพฤษภาคมปีพศ. 2563

โดยย่อจำนวนที่มีการรายงานเข้ามานี้มีการตรวจสอบจากผู้ที่เข้าไปลงทะเบียนการว่างงานในประกันสังคมซึ่งจะมีการระบุการว่างงานเนื่องจากสภาวะของเศรษฐกิจของประเทศไทยในปี 2563 นั้นมีปัญหาเป็นอย่างมากทำให้บริษัททั้งหลายไม่ว่าจะเป็นบริษัทใหญ่หรือบริษัทเล็กต่างก็ถูกผิดอีกดังทั่วคราวหรือปิดแบบถาวรไปเลย

โดยส่วนใหญ่ก็มาจากการระบาดของไวรัสโคโรน่าจำนวนผู้ว่างงานจากการปิดบริษัทนั้นจึงมีเพิ่มมากขึ้นในแต่ละเดือนโดยมีการไปลงทะเบียนการว่างงานไว้ในเว็บไซต์ของประกันสังคมซึ่งข้อมูลจากเดือนมกราคมมีการลงข้อมูลการว่างงานไว้อยู่ที่เจ็ดหมื่นสี่พันเจ็ดร้อยเจ็ดสิบห้าาคน  ่ส่วนเดือนกุมภาพันธ์มีการลงทะเบียนว่างงานเอาไว้

แปดหมื่นสี่พันหนึ่งร้อยสิบเจ็ดคน  และเดือนมีนามคนเพิ่มมาเป็นหนึ่งแสนสี่หมื่นสี่พันแปดร้อยหกสิบเอ็ดคน และในเดือนเมษายน เพิ่มขึ้นมาเป็นสองแสนหกหมื่นเจ็ดพันสามร้อยห้าสิบเอ็ดคนซึ่งยอดรวมที่มีการลงทะเบียนไว้ทั้ง 4 เดือนนี้รวมกันแล้วทั้งสิ้น ห้าแสนเจ็ดหมื่นหนึ่งพันหนึ่งรอ้ยสี่คนซึ่งเป็นจำนวนตัวเลขที่สูงมากในประวัติการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนเลยช่วงนี้ลุกจ้างที่มีการมาลงทะเบียนการว่างงานไว้ก็จะได้รับเงินชดเชยจากการคุ้มครองแรงงานและจากกองทุนประกันสังคมไปหาใครก็ตาม

ที่มีการลาออกจากงานเองก็จะได้เงินชดเชยอยู่ที่ร้อยละไม่เกิน 45 บาทของค่าจ้างซึ่งยอดเต็มไม่เกิน  15,000 บาทและยอดที่จะได้รับนั้นเป็นระยะเวลาไม่เกิน 90 วันเท่านั้นจากสถิติที่ผ่านมาตั้งแต่ต้นปีนี้พบว่าตอนนี้มีผู้ใช้สิทธิ์ในการขอรับเงินชดเชยจากประกันสังคมมากถึง 1 ล้านคนแล้ว 

ซึ่งสถิติที่ได้มาจากประกันสังคมนี้อาจจะไม่ใช่สถิติยอดผู้จบงานที่แท้จริงเพราะบางคนเองเมื่อตกงานแล้วอาจจะยังไม่ได้เข้าไปลงทะเบียนกับประกันสังคมเอาไว้หาสนามจริงๆในช่วงนี้เศรษฐกิจของประเทศไทยถือว่าดิ่งลงเกือบถึงขีดสุดเลยก็ว่าได้จำนวนคนว่างงานเยอะขึ้นเงินผู้ถูกเลิกจ้างก็เยอะขึ้นและยังมีแนวโน้มว่าจะมีมากขึ้นไปเรื่อยๆจากเศรษฐกิจที่ยังไม่มีการกระเบื้องขึ้นอยู่ในปัจจุบันนี้

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  bk8